ประวัติตำบลวังอิทก

ตำบล วังอิทก เป็นตำบลที่อยู่ในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก  มีจำนวน  11 หมู่บ้าน โดยมีแม่น้ำยมไหลผ่าน  คำว่า  “ อีทก/อิทก”  เป็นชื่อของปลาในแม่น้ำยมชนิดหนึ่ง และ ปลาอีทก/อิทก อาศัยอยู่ในวังแม่น้ำยม จึงชื่อว่า ตำบลวังอีทก/อิทก ปัจจุบันปลาชนิดดังกล่าวได้สูญพันธุ์ไปแล้ว  ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “ตำบลวังอิทก” สมัยก่อนใช้ ตำบลวังอีทก” ซึ่งเป็นคำที่ไม่สุภาพ และไม่ทราบว่าเปลี่ยนในช่วงไหน 

                                   คำขวัญตำบลวังอิทก

       ปลาอิทก ชื่อมาจากปลาใหญ่      แม่น้ำยมไหลผ่านกลาง สร้างวิถี

พืชพันธ์ุธัญญา น้ำปลามี                   รวมถิ่นที่ไทยไซ่งโยงกันมา


องค์การบริหารส่วนตำบลวังอิทก เดิมมีฐานะเป็น  สภาตำบลวังอิท จนกระทั่งเมื่อวันที่  19  มกราคม 2539   ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย  เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อจัดตั้งสภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณ 2536 ถึงปี 2538  เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 บาท เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ประจำปี 2539 มีจำนวนทั้งสิ้น  2,143 แห่ง  และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 113 ตอนที่ 9   หน้าที่ 117 ลงวันที่  30  มกราคม  2539  ทำให้การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 2,143 แห่ง มีผล  ใช้บังคับในวันที่  30  มีนาคม  2539  สำหรับจังหวัดพิษณุโลก มีสภาตำบลที่ได้รับการประกาศ จัดตั้งเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล ในครั้งนี้ จำนวน  48  แห่ง รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกด้วย

 วิสัยทัศน์ 

" การคมนาคมสะดวก เกษตรก้าวหน้า แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ชุมชนเข้มแข็ง สิ่งแวดล้อมยั่งยืน" 

พันธกิจ (Mission) 

1. มีการคมนาคมสะดวก น้ำประปา และแหล่งน้ำาเพื่อการเกษตรมีอย่างเพียงพอ และทั่วถึง 

2. ประชาชนมีการประกอบอาชีพมั่นคง มีรายได้อย่างพอเพียง พึ่งตนเองได้ 

3. ประชาชนมีการศึกษาดี มีการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารอยู่เสมอ มีการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียน วัด มีการปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ไม่ให้ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด อบายมุขต่างๆ 

4. ประชาชนในตำบลมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เป็นธรรม 

5. ส่งเสริมการออกกำลังกาย การกีฬา และการสร้างเสริมสุขภาพอนามัย มีการป้องกันโรคติดต่อ 

6. ประเพณี และวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น ได้รับการอนุรักษ์ 

7. เป็นตำบลที่มีความสะอาด สวยงาม มีความร่มรื่น รักษาสิ่งแวดล้อม ปราศจากมลพิษ ตลอดจนมีความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน 

8. มีการบริการประชาชน ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ


ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน  หมู่ที่  1 – 11

หมู่ที่ 1  บ้านกรับพวง
            เมื่อหลายสิบปีมาแล้วมีเรือพ่วงขนาดใหญ่ แล่นผ่านมาตามลำน้ำยม ซึ่งผ่านวัดกรับพวงซึ่งหน้าวัดกรับพวงนั้น เป็นวังขนาดใหญ่ มีน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งทำให้เรือพ่วงผ่านไปไม่ได้ จึงต้องกลับลำเรือ จึงใช้เส้นทางข้างวัดซึ่งซึ่งเป็นลำคลองขนาดใหญ่ มีน้ำไหลไปบรรจบกับแม่น้ำน่าน จึงใช้เส้นทางเดินเรือเส้นนี้เดินทางต่อไป

หมู่ที่ บ้านกระทุ่มยอดน้ำ 
            บ้านกระทุ่มยอดน้ำ หมู่ที่ ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกเริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ พ. ศ. 2352 หรือประมาณ 193 ปีมาแล้ว โดยไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มใดแน่ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เหตุผลที่เข้ามา เพื่อทำมาหากิน ซึ่งประกอบอาชีพจับปลาในแม่น้ำเป็นอาชีพหลัก โดยมีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักในหมู่บ้าน หมู่บ้านเดิมมีพื้นที่ทำกินน้อยและประชากรอยู่กันหนาแน่น จึงชวนกันออกมาหาพื้นที่ทำกินใหม่ ประกอบกับพื้นที่ของบ้านกระทุ่มยอดน้ำมีพื้นที่เป็นแบบที่ราบลุ่ม อุดมสมบรูณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารนาๆ ชนิดเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน จึงได้ช่วยกันถากถางจับจองพื้นที่เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เป็นของตนเองมาจนถึงทุกวันนี้ ต่อมาก็มีผู้คนพากันทยอยกันอพยพกันเข้ามาเรื่อยๆจึงได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน ขึ้นมา

ส่วนสาเหตุที่ชื่อหมู่บ้านกระทุ่มยอดน้ำก็เพราะว่า หมู่บ้านกระทุ่มยอดน้ำโดยมีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิต ราษฎรในหมู่บ้านไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพหลัก คืออาชีพประมงน้ำจืดเพื่อหาเลี้ยงปากท้องของครอบครัว และที่เหลือจากการรับประทานแล้วส่วนหนึ่งก็นำไปขายสร้างรายได้ให้กับครอบ ครัวอีกด้วย ซึ่งปลาในแม่น้ำยมนั้นมีมากและชุกชุม จากการเล่าขานของนักประมงเล่าสืบต่อกันมาว่า ริมตลิ่งแม่น้ำยมนั้นมีต้นกระทุ่มใหญ่อยู่หนึ่งต้น เป็นต้นไม้ที่มีใบแผ่กิ่งก้านมากมาย ซึ่งมองเห็นแต่ไกล ชาวบ้านจึงได้เรียกติดปากกันว่า “ กระทุ่มยอดน้ำ ”  จึงนำมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “ บ้านกระทุ่มยอดน้ำ ” มาจนถึงทุกวันนี้

หมู่ที่ 3 บ้านวังอิทก 
            บ้านวังอิทก เริ่มแรกเดิมทีบริเวณเหล่านี้เป็นป่าดงดิบและเป็นที่ราบลุ่ม เป็นบริเวณที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำยม ซึ่งแต่ก่อนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีบ้านอยู่ประมาณ 30 หลังคาเรือน ดังนั้นจึงได้มีนายอำเภอขุนใน ได้มีความคิดเห็นว่าน่าจะมีการเลือก หรือตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาพัฒนาดูแลหมู่บ้าน  ดังนั้นจึงได้มีการคัดเลือกให้คนในกลุ่มแรกที่เข้ามาบุกเบิกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ของแต่ละหมู่บ้าน ต่อมาหลังจากที่ได้ผู้ใหญ่บ้านของแต่ละหมู่บ้าน ทั้ง หมู่บ้าน ก็ได้มีการคัดเลือกให้มีกำนันขึ้นมาเป็นตัวแทนในหมู่บ้านอีก  เมื่อได้มีการเกาะกลุ่มกันเป็นหมู่บ้าน พร้อมทั้งแต่งตั้งกำนันขึ้นมา เมื่อหมู่บ้านมีกำนันขึ้นมาแล้ว ชุมชนกลุ่มเหล่านั้นก็เกิดเป็นตำบล เมื่อมีการก่อตั้งเป็นตำบลขึ้นมาแล้ว แต่ยังขาดชื่อเรียกของตำบลนั้น กลุ่มคนที่อพยพเข้ามากลุ่มแรกก็ได้สังเกตเห็นว่าในพื้นที่บริเวณที่พวกคน กลุ่มแรกเข้ามาอยู่นั้นเป็นวังลึก ซึ่งบริเวณนั้นได้มีปลาอิทก อาศัยอยู่มากมายจนขนกันไม่ไหวได้แต่จับไปแค่พอไปกิน ดังนั้นจึงได้เรียกชื่อตำบล และหมู่บ้านว่าวังอิทก บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เหตุที่แต่ละกลุ่มอพยพมาจากบ้านเดิม ก็เนื่องจากถิ่นฐานเดิมเป็นชุมชนแออัดและไม่มีพื้นที่ทำมาหากินเป็นของตัว เอง คนกลุ่มนี้จึงออกเดินทางเพื่อหาที่ทำมาหากิน จนกระทั่งมาพบบริเวณหมู่บ้านนี้  ดังนั้นบุคคลกลุ่มนี้ได้เข้ามาบุกเบิกถิ่นฐานใหม่  เพื่อทำการเกษตร ทำนา  ต่อมาจึงเกิดการก่อตั้งชุมชนใหม่ขึ้นมา  แต่เดิมชุมชนนี้ก่อนที่จะตั้งหมู่บ้าน  คือ เริ่มแรกเดิมทีบริเวณนั้นเป็นป่าดงดิบ  ป่าหนอง  ป่าทุ่ง และเป็นที่ราบลุ่ม และมีแม่น้ำลำธารถึงแม่น้ำยมปัจจุบันป่าและหนองน้ำที่เคยมีในอดีตยังคงมี อยู่  คือ  แม่น้ำยมและห้วยก็ยังคงมีอยู่ดังเดิม  อาชีพครั้งแรกของราษฎรที่อพยพมาอยู่ในหมู่บ้านนี้  คือ การประมง  ทำนา ค้าขาย และทำไร่

หมู่ที่  4   บ้านหนองเต่าดำ 
            หมู่บ้านหนองเต่าดำ ตั้งอยู่หมู่ที่  4   ขึ้นกับ  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  บ้านหนองเต่าดำเป็นการนำเอาลักษณะเด่นของสภาพทางภูมิศาสตร์ก่อนการก่อตั้งมา ตั้งชื่อหมู่บ้าน ซึ่งเดิมทีบริเวณก่อตั้งหมู่บ้านจะมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีเต่าขนาดใหญ่ สีดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงนำมาตั้งชื่อของหมู่บ้าน  บ้านหนองเต่าดำได้มีการก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ. ศ. 2484  หรือประมาณ  80  ปีมาแล้วชาวบ้านกลุ่มแรกที่อพยพมาก่อตั้งหมู่บ้านมาจากหลายจังหวัด บางกลุ่มอพยพมาจากบ้านตากแดด ตำบลสะแกราย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บางกลุ่มก็อพยพมาจากจังหวัดราชบุรี และเพชรบุรี  โดยส่วนมากชาวบ้านจะมีเชื้อสายชาวไทยทรงดำปัญหาที่ประชาชนอพยพกันมาก่อตั้ง หมู่บ้านกันใหม่ เนื่องจากไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเองและไม่มีที่อยู่ที่อาศัย จึงอพยพกันมาหาพื้นที่ว่างเปล่าจับจองเป็นพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางการ เกษตร

หมู่ที่  5   บ้านวัดกลางสุริยวงศ์ 
            เดิมหมู่บ้านวัดกลางสุริยวงศ์หมู่ที่  5 ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  มีประชากรทั้งหมดประมาณ  10 – 15 หลังคาเรือน  ซึ่งเดิมหมู่บ้านนี้มีชื่อเดิมว่า บ้านหนองพันต่าง เหตุที่มีชื่อนี้เนื่องมาจากภายในหมู่บ้านมีหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้าน สามารถนำมาอุปโภคบริโภคแต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “  บ้านวัดกลางสุริยวงศ์ ” และได้ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบันนี้คนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามา คือ   
1.  นายโสม    ทรายทอง
2 . นายแอ     ทวนทัย
3 . นายโพธิ์   สิงห์เรือง 
4 . นายสาย   สิงห์กวาง 
5 . นายภาส   สิงห์คา 
ซึ่งอพยพมาจากจังหวัดเพชรบุรี  จังหวัดราชบุรี และจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกับลูกหลานโดยเดินเท้าและใช้เกวียนในการเดินทาง  สาเหตุที่ต้องอพยพจากถิ่นเดิมเนื่องมาจากถิ่นฐานเดิมเกิดภาวะน้ำท่วม และแห้งแล้งอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ และเมื่อทำแล้วก็เกิดความเสียหาย จึงอพยพมาเพื่อหาถิ่นฐานใหม่เพื่อทำการเกษตร  และเลี้ยงสัตว์ปัจจุบันบ้านวัดกลางสุริยวงศ์ ยังมีป่าและหนองน้ำ ลำห้วย เหลืออยู่บ้าง แต่ไม่มากเหมือนกับสมัยก่อน  สาเหตุเนื่องมาจากชาวบ้านได้สร้างที่อยู่อาศัยและใช้เป็นพื้นที่ในการเกษตร มากขึ้น สำหรับห้วย และหนองที่มีอยู่นั้นก็ยังคงเหลืออยู่บ้าง และไม่มีน้ำให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี แต่ก็มีบางปีที่มีฝนตกตามฤดูกาลก็จะมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปีและสาเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้ไม่มีน้ำใช้ตลอดทั้งปีเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้ง และเกิดการทับถมของดินทำให้เกิดการตื้นเขินขึ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม  อาชีพรับจ้าง  อาชีพค้าขาย  และมีการเลี้ยงสัตว์  ปลูกผัก  เป็นอาชีพเสริมจากอาชีพหลักคือการทำนา  นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ไปทำงานต่างถิ่น

หมู่ที่  6  บ้านคลองกรับพวง 
            บ้านคลองกรับพวง  หมู่  6  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ  พ.ศ. 2452  หรือประมาณ  93  ปีมาแล้ว  ซึ่งมีคนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานขึ้นเป็นหมู่บ้านคลองกรับพวงจนถึง ปัจจุบันนี้  คือ  นายห่วง  ลีมี  นายเจริญ  รื่นฤทธิ์  นายแส  ศิริขวัญ และได้อพยพมาจากบ้านกรับพวง  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  บ้านหนองโอน  อำเภอพระบาท  จังหวัดสระบุรี  เหตุที่อพยพมาจากหมู่บ้านเดิมก็เพราะหมู่บ้านเดิมมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนมาก  จึงทำให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำมาหากินไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรเพิ่ม ขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเหตุให้ต้องมาจับจองที่ดินที่ยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า  เป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้  ต่อมาจึงได้มีผู้อพยพเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจึงได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นมา 
สาเหตุที่ชื่อหมู่บ้านคลองกรับพวง  เพราะพื้นที่ของหมู่บ้านคลองกรับพวงมีเขตติดต่อกับกรับพวง  และบ้านคลองกรับพวงมีคลองน้ำไหลผ่านโดยเริ่มจากบ้านกรับพวงไหลผ่านบ้าน คลองกรับพวงไปจนถึงบ้านปากพิง  ดังนั้น  คนกลุ่มแรกจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า  “บ้านคลองกรับพวง

หมู่ที่  7 บ้านวังใหญ่ 
            บ้านวังใหญ่ หมู่  7  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ  พ.ศ. 2520  หรือประมาณ  25  ปีมาแล้ว  โดยการนำของนายประเสริฐ  นางเต้ง  บุญมีประเสริฐ  และนายแสวง  นางสำลี  เพิ่มพล  ซึ่งเป็นแกนนำในการก่อตั้งหมู่บ้านและเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น  ซึ่งอพยพมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดแพร่  เหตุที่อพยพมาจากหมู่บ้านเดิมก็เพราะหมู่บ้านเดิมพื้นที่ทำกินน้อยและ ประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น  จึงได้ชักชวนกันออกมาหาพื้นที่ทำกินใหม่  ประกอบกับพื้นที่ของหมู่บ้านวังใหญ่มีพื้นที่เป็นแบบที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยพืชพันธ์ธัญญาหารนา  ๆ ชนิดซึ่งเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน  จึงได้ช่วยกันถากถางจับจองพื้นที่เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน  เป็นของตนเองมาจนถึงทุกวันนี้  ต่อมาก็ได้มีผู้คนพากันทยอยอพยพกันเข้ามาเรื่อย ๆ จึงได้ตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นมา

               สาเหตุที่ชื่อหมู่บ้านวังใหญ่ก็เพราะว่า  หมู่บ้านวังใหญ่มีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตราษฎรในหมู่ บ้านไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพหลัก  คืออาชีพประมงน้ำจืดเพื่อหาเลี้ยงปากท้องของครอบครัว  และที่เหลือจากรับประทานส่วนหนึ่งก็นำไปขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว  อีกด้วย  ซึ่งปลาในแม่น้ำยมนั้นมีมากและชุกชุม จากการเล่าขานของนักประมงเล่าสืบทอดต่อกันมาว่าในบรรดาโค้งวังของแม่น้ำยม ตลอดทั้งสายไม่มีโค้งไหนที่ใหญ่และลึกมากที่สุดเท่ากับวังที่โค้งน้ำยมบ้าน วังใหญ่ปัจจุบัน  ชาวบ้านจึงได้เรียกติดปากว่า  “วังใหญ่”  จึงนำมาตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  “บ้านวังใหญ่”  มาจนถึงปัจจุบัน

หมู่ที่  8  บ้านพันต่างเฉลิมพระเกียรติ  
            บ้านพันต่างเฉลิมพระเกียรติ  หมู่ที่  8  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก   มีประวัติความเป็นมาจากเมื่อสมัยก่อนนั้นบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านแห่งมีมีหนอง น้ำอยู่แห่งหนึ่ง  ซึ่งในสมัยนั้นจะมีชาวเหนือ   คือ  ชาวแพร่  ชาวลำปาง  นำวัวบรรทุกสินค้ามาขายกัน  เมื่อถึงหนองน้ำแห่งนี้ก็จะแวะพักแรมกันอยู่เสมอสิ่งที่ใช้บรรทุกสินค้ามาบน หลังวัวนั้น  เรียกกันว่า  “ต่าง”  หรือชาวบ้านจะเรียกวัวที่บรรทุกสินค้ามาด้วยต่างนั้นว่า  “วัวต่าง”  เมื่อมาพักแรมกันมากขึ้นเป็นพัน  ชาวบ้านจึงเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า “หนองพันต่าง”  หมายถึง  มีวัวต่างมาพักที่หนองน้ำนี้เป็นพัน ๆ ตัว
เดิมนั้นบ้านหนองพันต่างได้ขึ้นรวมอยู่กับหมู่ที่  5  บ้านวัดกลางสุริยวงศ์  ต่อมาเมื่อ  พ.ศ.  2543  จึงได้แยกบ้านหนองพันต่างมาเป็นหมู่ที่  8  โดยมี นายเสริม  เพิ่มทวี  เป็นผู้ใหญ่บ้านและได้ชื่อว่า  “บ้านพันต่างเฉลิมพระเกียรติ”  คนกลุ่มแรกที่ได้เริ่มเข้ามาก่อตั้งหมู่บ้านได้แก่  กลุ่ม  นายโสม  ทรายทองกลุ่ม  นายแอ  ทวนทัย    กลุ่ม  นายโพธิ์  สิงห์เรือง      ซึ่งได้อพยพมาจากจังหวัดเพชรบุรี  จังหวัดราชบุรี  และจังหวัดนครปฐม  พร้อมกับลูกหลานโดยเดินเท้าและใช้เกวียนในการเดินทาง  สาเหตุที่ต้องอพยพจากถิ่นเดิมเนื่องจากถิ่นเดิมไม่มีที่ดินทำกินเพราะมีลูก หลานมาก  จึงได้อพยพที่ดินทำกิน

หมู่ที่  9  บ้านใหม่ชัยมงคล 
            บ้านใหม่ชัยมงคล  หมู่  9  ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่  1  พฤษภาคม  2544     โดยชาวบ้านหมู่ที่  2 บ้านกระทุ่มยอดน้ำซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือชาวบ้านใหม่ชัยมงคลนั่นเองเป็นแกนนำ ในการก่อตั้งหมู่บ้านซึ่งเดิมแล้วหมู่บ้านใหม่ชัยมงคลเป็นหมู่เดียวกับหมู่ ที่  2  บ้านกระทุ่มยอดน้ำ  เหตุที่ต้องแยกหมู่บ้านออกมาเป็นหมู่ที่  9  เพราะสภาพเดิมของหมู่บ้านเป็นแบบอยู่กันสองฝั่งแม่น้ำยมทำให้การติตต่อสื่อสารไปมาระหว่างกันไม่สะดวก  จึงได้รวมตัวกันเพื่อขอแยกเป็นหมู่บ้านใหม่ชัยมงคลประกอบกับพื้นที่ของหมู่ บ้านใหม่ชัยมงคลมีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร นานาชนิดซึ่งเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน  และเมื่อดำเนินเรื่องขอก่อตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้นมาและทาง 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติให้เป็นหมู่ที่   9  ของตำบลวังอิทก  ตั้งแต่นั้นมาก็มีหมู่บ้านใหม่ขึ้นมาชื่อ  “บ้านใหม่ชัยมงคล”  จนถึงปัจจุบัน
             สาเหตุที่ชื่อหมู่บ้านใหม่ชัยมงคลก็เพราะว่า  หมู่บ้านใหม่ชัยมงคลเป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่จึงตั้งชื่อให้เหมาะสม กับการเกิดของหมู่บ้าน ราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพหลัก  คือ  อาชีพทำนาและมีอาชีพรองลงมาคือ  การเลี้ยงสัตว์  เช่น  เลี้ยงปลา  เลี้ยงไก่  เลี้ยงหมู  เป็นต้น  นอกจากนั้นก็เป็นอาชีพค้าขาย  เป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

หมู่ที่  10 บ้านพวง
            บ้านพวงทอง แยกมาจากหมู่บ้านกรับพวง หมู่ที่ ซึ่งในสมัยก่อนหมู่บ้านกรับพวง มีชื่อเต็มว่า กรับพวงทอง  ซึ่งมาจากชื่อเรือสินค้าที่ล่องมาตามแม่น้ำยม แล้วเกิดหลงทางจึงต้องมากลับลำเรือตรงวังน้ำหน้าวัด เป็นคลองคดเวลาเรือสินค้าล่องมาตามแม่น้ำจะมากันหลายลำ เขาจะเรียกว่าเรือพวงทอง ต่อมา ชื่อหมู่บ้านไม่มีคำว่า ทอง ออก เมื่อมีการแยกหมู่บ้าน จากหมู่ที่ บ้านกรับพวง มาตั้งหมู่บ้านใหม่ จึงให้ชื่อว่า บ้านพวงทอง คำว่า พวง มาจากชื่อเรือสินค้าที่ล่องมาตามแม่น้ำยม จึงนำชื่อเรือมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน  ส่วนคำว่าทองเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ฟังดูไพเราะมากขึ้น

หมู่ที่  11  บ้านใหม่อยู่เจริญ
            บ้านใหม่อยู่เจริญ  หมู่  11 ตำบลวังอิทก  อำเภอบางระกำ  จังหวัดพิษณุโลก  เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน  2549 โดย  โดยแยกหมู่บ้านจาก หมู่ที่ บ้านวังอิทก  เนื่องจากอยู่คนละฝั่งแม่น้ำการเดินทางไปมาไม่สะดวก  และเมื่อดำเนินเรื่องขอก่อตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้นมาและทางหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องได้อนุมัติให้เป็นหมู่ที่   11 ของตำบลวังอิทก โดยชื่อหมู่บ้านนำมาจากชื่อของพระที่ชาวบ้านนับถือ รูป คือหลวงพ่อทองอยู่ และหลวงปู่เจริญ  โดยผู้ใหญ่อนุพันธ์  แตงแสงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านใหม่อยู่เจริญ  ตั้งแต่นั้นมาก็มีหมู่บ้านใหม่ขึ้นมาชื่อ  “บ้านใหม่อยู่เจริญ” จนถึงปัจจุบัน


กลับหน้าหลัก