สถานที่ท่องเที่ยวพิษณุโลก

 พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา...นี่คือคำขวัญของ "จังหวัดพิษณุโลก" หรือเมืองสองแคว เมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเจริญรุ่งเรืองมายาวนานตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย จึงทำให้ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายน่าไปสัมผัส ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ดังนี้

          1. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร




           วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ในอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งชาวบ้านมักเรียกขานกันว่า "วัดใหญ่" หรือ "วัดพระศรี" กันจนติดปาก นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ เพราะภายในวัดจะมี "พระพุทธชินราช" พระประธานองค์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงประดิษฐานในวิหาร สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ. 1900 

           สำหรับ "พระพุทธชินราช" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกร มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และตัวเหรา (คล้ายจระเข้) อยู่ตรงกลาง และมีเทพอสุราคอยปกป้ององค์พระอยู่ 2 องค์ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดบวรนิเวศวิหารตามลำดับ

           ทั้งนี้ การเข้านมัสการพระพุทธชินราชภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ต้องแต่งกายสุภาพ โดยบริเวณหน้าทางเข้าพระอุโบสถจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจ ไม่ให้ผู้หญิงที่สวมกางเกงขาสั้นและกระโปรงสั้นสูงจากหัวเข่าเกิน 2 นิ้วเข้าไปภายในพระอุโบสถ แต่หากไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ทางวัดมีบริการผ้าซิ่นให้คลุมทับโดยไม่ต้องเสียเงิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพภายในพระอุโบสถได้ แต่ต้องนั่งถ่าย เพราะทางวัดมีกฎระเบียบว่าห้ามยืนถ่ายภาพ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
 
         2. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

 
           อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ในอดีตเคยเป็นสมรภูมิแห่งการต่อสู้ แต่ในปัจจุบันยังคงไว้แต่ความสงบ ความร่มรื่น ความงดงามแห่งธรรมชาติ ที่แอบแฝงเอกลักษณ์เฉพาะทางธรณีวิทยาให้ผู้เยี่ยมเยือนได้สัมผัส เรียนรู้ ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ จังหวัดพิษณุโลก, จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย โดยได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 และภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตร

           ภายในอุทยานฯ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวการใช้ชีวิต และการสู้รบของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.), ทางเดินโลกที่สาม เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผ่านภูมิทัศน์ที่สวยงา และสถานที่สำคัญของ พคท. อย่างสำนักอำนาจรัฐ เป็นสถานที่ดำเนินการทางการปกครอง พิจารณาลงโทษผู้กระทำผิด มีคุก สถานที่ทอผ้าและโรงซ่อมเครื่องจักรกล ที่หลบภัยทางอากาศ ผาชูธง เป็นจุดที่คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ ลานหินปุ่ม เต็มไปด้วยหินปุ่มตะป่ำเป็นบริเวณกว้างดูแปลกตา, โรงเรียนการเมือง การทหาร เคยใช้เป็นสถานที่ให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์, ลานหินแตก เป็นลานหินกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก ตามซอกหินพบไม้ประเภทมอส ไลเคน เฟิน และกล้วยไม้ ฯลฯ เป็นต้น 

           สำหรับค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ คนไทย ผู้ใหญ่ราคา 40 บาท, เด็กราคา 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ราคา 200 บาท และเด็กราคา 100 บาท ในอุทยานฯ มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งแบบเต็นท์และบ้านพัก โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทรศัพท์ 0 5523 3527 หรือเว็บไซต์ dnp.go.th
 
         3. ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


 

           ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ภายในตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ติดกับเสาหลักเมือง ถัดเข้าไปตามถนนเลียบแม่น้ำ ซึ่งแต่เดิมบริเวณโรงเรียนเคยเป็นพระราชวังจันทร์มาก่อน เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 กรมศิลปากรได้ขุดค้นพบแนวเขตพระราชฐานพระราชวังจันทน์ ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนับว่าเป็นการขุดค้นทางโบราณคดีและทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของจังหวัด ลักษณะของศาลเป็นศาลาทรงไทยโบราณตรีมุข พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขนาดเท่าองค์จริง ประทับนั่ง พระหัตถ์ทรงพระสุวรรณภิงคารหลั่งน้ำ ในพระอิริยาบถประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง สร้างโดยกรมศิลปากร มีการจัดงานสักการะพระบรมรูปในวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี
 
           4. อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ



           อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอชาติตระการ และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ประมาณ 339,375 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นป่าอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นต้นว่า "น้ำตกชาติตระการ" หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "น้ำตกปากรอง"เพราะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปากรอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง โดยตัวน้ำตกมีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อที่เรียกแตกต่างกันไป และมีความสวยงามแตกต่างกันตามลักษณะของภูมิประเทศ โดยเฉพาะชั้นที่ 3 และ 4 น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 10 เมตร, เขาช้างล้วง ภูเขาที่มีลักษณะเป็นหินรูปร่างคล้ายช้างหมอบ, น้ำตกนาจาน เป็นน้ำตกขนาดกลาง  ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางมีทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นมีระดับความสูงที่แตกต่างกัน, น้ำตกผาคูคา มีความสูงประมาณ 50 เมตร ลักษณะไหลผ่านช่องหินลงมาเป็นทางยาว,  ผากระดานเลข เป็นภาพเกาะสลักของมนุษย์หินยุคโบราณ และผาแดง เป็นหน้าผาชันมีลักษณะเป็นหินทรายสีแดง เป็นต้น 

            5. น้ำตกแก่งซอง 



           ตั้งอยู่บริเวณตำบลแก่งซอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ด้านจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ที่ตำบลแก่งซอง ริมทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณ กิโลเมตรที่ 45 โดยเกิดจากลำน้ำเข็กลดระดับทำให้ธารน้ำ มีลักษณะเป็นน้ำตก มีขนาดใหญ่ อยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน บริเวณน้ำตกแก่งซอง มีบ้านเรือนต่าง ๆ ตั้งอยู่ริมน้ำตก มีสะพานแขวนเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำเข็กและข้ามไปหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม ตามรายทางใกล้กับน้ำตกแก่งซอง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และบริการล่องแก่งน้ำเข็กที่ตื่นเต้นสนุกสนาน ล่องได้เฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากประมาณสิงหาคมถึงตุลาคม แต่หากมาเที่ยวลำน้ำเข็กในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม มีโอกาสได้เห็นแมงกะพรุนน้ำจืด สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่พบได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก

            ทั้งนี้ การล่องแก่งลำน้ำเข็ก ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลงล่องแก่งโดยเด็ดขาด โดยยึดตามข้อบังคับของชมรมผู้ประกอบการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบระดับน้ำในลำน้ำในช่วงเวลานั้น ๆ ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากในบางช่วงของฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำในลำน้ำอาจสูงและไหลเชี่ยวจนเกินไปจนไม่สามารถลงล่องแก่งได้ สามารถสอบถามโดยตรงได้จากโรงแรมที่พัก หรือผู้ประกอบการนำล่องแก่งที่คุณใช้บริการ
 
           6. อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง



ภาพจาก เทศบาลนครพิษณุโลก

           แหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือ ที่แอบแฝงเสน่ห์แห่งป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนักในป่าเมืองเหนือ นอกจากนี้ ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายทางชีวภาพมีพื้นที่ 789,000 ไร่ ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน 

           ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ กม. 80 เส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก นักท่องเที่ยวสามารถขอข้อมูลเดินทางศึกษาธรรมชาติ รวมทั้งใช้บริการที่พักและกางเต็นท์พักแรมได้ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกต่าง ๆ บนเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก เช่น น้ำตกแก่งโสภา น้ำตกวังนกแอ่น ส่วนพื้นที่ทางด้านตะวันออกและตอนกลางของอุทยานฯ ในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นบริเวณป่าสนและทุ่งหญ้าสะวันนา ได้แก่ ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งพญา ทุ่งโนนสน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเดินป่าและกางเต็นท์พักแรม สามารถติดต่อได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.8 (หน่วยฯ หนองแม่นา) 

           ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
 
          7. น้ำตกแก่งโสภา


            น้ำตกแก่งโสภา ตั้งอยู่ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ในเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 71-72 มีทางแยกเข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในลำน้ำเข็ก ตัวน้ำตกมีความสูงประมาณ 40 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่ ในช่วงฤดูน้ำหลากสายน้ำจะไหลเชี่ยวกราก ส่วนในช่วงที่น้ำน้อยจะแลเห็นน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่าง ๆ 3 ชั้น ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ชาวไทยราคา 20 บาท ส่วนผู้ใหญ่ชาวต่างชาติราคา 200 บาท เด็กไม่เสียค่าธรรมเนียม ซึ่งที่นี่เปิดบริการทุกวันในเวลา 08.00-17.00 น.
 
            8. เรนฟอเรสท์ ฟาร์ม (Rain Forest Farm) 

ท่องเที่ยวพิษณุโลก
 
 
            เรนฟอเรสท์ ฟาร์ม (Rain Forest Farm) ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 (ถนนมิตรภาพ) อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งขึ้นจากแนวความคิดที่เน้นการพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นตัวอย่างให้แก่ชุมชนและผู้ที่สนใจ ทั้งเรื่องการจัดการขยะ ปศุสัตว์ ปุ๋ยหมักชีวภาพ พลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล, ถ่าน, น้ำส้มควันไม้ และการทำเกษตรอินทรีย์ แม้กระทั่งการปลูกป่าแบบสวนผสม เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่าและเกิดสมดุล ลดการใช้สารเคมี รวมไปถึงการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ได้แก่ สบู่, น้ำยาสระผม, น้ำยาเอนกประสงค์ ยาหม่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างพอเพียง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังช่วยเสริมสร้างรายได้ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้กับชุมชน เยาวชนในท้องถิ่น รวมทั้งนักท่องเที่ยวอีกด้วย

            ภายในพื้นที่ 7 ไร่ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน เช่น แปลงผักและผลไม้ปลอดสารพิษ โรงเพาะเห็ด บ่อปลา กรงไก่ สระน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีที่พักแบบฟาร์มสเตย์ สำหรับผู้ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศแบบสวนผัก และยังสามารถเก็บผักไปให้เรนฟอเรสท์ รีสอร์ทปรุงอาหารได้อีกด้วย ในอัตราห้องละ 400 บาทต่อ 2 คนผู้สนใจเข้าชมฟาร์มหรือพักฟาร์มสเตย์ สามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ 0 5529 3085 และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Rain Forest Farm 
 
            9. วัดจุฬามณี




            วัดจุฬามณี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ตามถนนบรมไตรโลก-นารถ ระยะทาง 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย เคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่า ตาม ประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. 2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน โดยมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จถึง 2,348 รูป 

            มีโบราณสถานสำคัญ คือ ปรางค์แบบขอมขนาดย่อม ฐานกว้าง 11 เมตร ยาว 18 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าก่อเป็นแบบตรีมุข ตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น แต่ละชั้นย่อมุมไม้ยี่สิบ มีปูนปั้นประดับลวดลายตามขั้น ตอนล่างแถบหน้ากระดานและบัวหน้ากระดานเป็นลายหงส์ เหมือนกับองค์ปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี สมัยที่ยังสมบูรณ์อยู่มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ใกล้เคียงกันมีมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้น แผ่นจารึกหน้ามณฑปมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2221 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้ผ้าทาบรอยพระพุทธบาท สลักลงบนแผ่นหิน พระราชทานไว้เป็นที่กราบไหว้ของผู้คน

           10. ถนนคนเดิน จังหวัดพิษณุโลก

             ถนนคนเดิน ตั้งอยู่บริเวณถนนสังฆบูชา หน้าวัดจันทร์ตะวันออก อำเภอเมืองพิษณุโลก ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเป็นสถานที่สำคัญอีกหนึ่ง จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดทั้งสินค้าศิลปะ หัตถกรรม เสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้า OTOP สินค้าเกษตร อาหาร และเครื่องดื่ม ตลอดสองฟากฝั่งถนนความยาวกว่า 500 เมตร นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมรำวงย้อนยุคที่หาชมได้ยากและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในบริเวณวัดจันทร์ตะวันออกได้อีกด้วย โดยถนนคนเดินเปิดทุกวันเสาร์ เวลา 16.00-24.00 น. โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 5523 1400-9 ต่อ 306
 
             หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก (ดูแลจังหวัดพิษณุโลก, เพชรบูรณ์, พิจิตร) เลขที่ 209/7-8 ถนนบรมไตรโลกนารถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ 0 5525 2742-3, 0 5525 9907, 0 5523 1063 ในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก กระปุกดอดคอม


นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น
      -  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี

 
 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) ตั้งอยู่ที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ในตัวเมืองพิษณุโลก เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็ก ๆ จนถึงชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องวิดน้ำด้วยมือ เครื่องสีข้าว เครื่องมือดักจับสัตว์ รวมกันแล้วนับหมื่นชิ้น จนได้รับการยอมรับว่าเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี   2541 จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นผู้ที่มีฝีมือในทางประติมากรรม และได้รับการเชิดชูเกียรติมากมาย ท่านได้รับการยกย่องให้เป็น “  บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาการช่างฝีมือ  แขนงช่างหล่อ” ประจำปี 2526 และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปะศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและมหาวิทยาลัยศิลปากร รวมทั้งการประกาศเกียรติคุณเป็น “คนดีศรีพิษณุโลก”  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งนี้   เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 8.00–16.30 น. โทร. 0 55-212-749   โดยผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชม   50บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

 ตั้งอยู่อำเภอวัดโบสถ์  เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ สร้างกั้นแม่น้ำแควน้อยตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วย 3 เขื่อนติดต่อกัน ได้แก่

·       เชื่อนแควน้อย ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งดานหน้าคอนแกรีตสูง 75 เมตร ยาว 570 เมตร เขื่อนสันตะเคียน ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวสูง 80 เมตร ยาว 1,270 เมตร  เขื่อนปิดช่องเขาขาด ลักษณะเป็นเชื่อนดินสูง 23 เมตร ยาว 790 เมตร

                       .      แหล่งท่องเที่ยวภายในเขื่อน ได้แก่     ผานาคราช ลักาณะเป็นหน้าผาสูงชัน ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเขื่อนได้ทั้งหมด หาดเอราวัณ เป็นหาดทรายที่พักผ่อนเล่นน้ำสำหรับคนทั่วไป   สันมายะ ลักษณะเป็นสันเนินเตี้ยๆ มองเห็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เป็นบริเวณกว้าง   รูปหล่อพระอินทร์นาคปรก 9 เศียรทรงช้างเอราวัณ ประดิษฐานบนแท่นกลางวงเวียนถนนอย่างสวยงามเป็นที่เคารพสักการะ

ขอบคุณภาพ และ ข้อมูลจาก :  เทศบาลนครพิษณุโลก

Comments